Categories
เซียนบอล แทงบอลออนไลน์

รู้จักตัวเองก่อนคิดพิชิตโลก – อันเดรีย ปิร์โล่

แม้จะเกิดในเมืองเบรสชา แต่ความจริงแล้วอันเดรีย ปิร์โล่ เป็นแฟนอินเตอร์ มิลานมาโดยตลอด

“โลธาร์ มัทเทอุส คือไอดอลอันดับหนึ่งของผม ผมชอบที่เขายิงประตูสำคัญได้ตลอด และกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมได้เสมอ ครั้งหนึ่งตอนเด็ก ผมเคยไปเที่ยวในวันหยุดที่เมืองเวียเรจโจ้แล้วเจอเขาพอดี จึงรีบไปขอลายเซ็นเขา และเชื่อไหม นั่นคือวันที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลย”

ถัดจากมัทเธอุส ไอดอลคนที่สองของปิร์โล่ คือโรแบร์โต้ บาจโจ้ อัจฉริยะแห่งทีมชาติอิตาลี โดยตอนที่บาจโจ้โด่งดังสุดๆ ในฟุตบอลโลก 1990 ปิร์โล่อายุ 11 ขวบ

บาจโจ้ เป็นคนที่ทำให้เขาตัดสินใจได้ว่า อยากเล่นเป็นกองหน้า เขาอยากยิงประตูสวยๆ และเป็นฮีโร่ของทีมได้แบบเดียวกับบาจโจ้

นั่นพอทำให้ในปี 1992 ตอนเขาเซ็นสัญญาเข้าทีมเยาวชนของสโมสรเบรสชา ตำแหน่งที่ปิร์โล่เลือกเล่นคือ กองหน้าตัวต่ำ หรือ เทรควาร์ติสต้า (Trequartista) หน้าที่คือใช้ทักษะในการเลี้ยงหลบคู่แข่ง หรือหาช่องจ่ายบอลให้กองหน้าตัวเป้า แล้วถ้ามีจังหวะก็ซัดประตูด้วยตัวเอง

นี่คือตำแหน่งที่บาจโจ้เล่นให้กับทั้งทีมชาติอิตาลี ฟิออเรนติน่า และยูเวนตุส ซึ่งไม่แปลกที่ปิร์โล่เลือกเล่นตำแหน่งนี้ เพราะใครๆ ก็อยากจะเดินตามรอยเท้าของไอดอลตัวเองกันทั้งนั้น

“ในห้องนอนของผมจะมีโปสเตอร์ นักฟุตบอลอยู่สองคน คนแรกคือมัทเธอุส และ คนที่สองคือโรแบร์โต้ บาจโจ้” ปิร์โล่กล่าว

ชีวิตของปิร์โล่ ดำเนินไปด้วยดี ตอนอายุแค่ 13 ปี เขาก็เป็นกัปตันทีมชุด ยู-15 ของเบรสชาแล้ว จุดเด่นของเขาคือการเลี้ยงบอลเก่ง และจ่ายบอลคมกริบมาก ปิร์โล่สามารถป้อนบอลสวยๆให้กองหน้ายิงประตูได้อย่างถล่มทลาย

เทคนิคที่ดีเยี่ยม คนในวงการยกย่องให้ปิร์โล่ เป็นจานนี่ ริเวร่าคนต่อไป ซึ่งปิร์โล่ยอมรับว่า เขาไม่เคยเห็นริเวร่าเล่นหรอกนะ แต่ก็ดีใจที่ได้รับการยกย่องแบบนี้

“ตอนสมัยผมเป็นเด็ก เวลาผมได้บอล ผมสามารถเลี้ยงหลบเด็กๆของทีมคู่แข่งจนถึงตัวสุดท้ายแล้วยิงเข้าไปเลย” ปิร์โล่กล่าว

เซซาเร่ ปรันเดลลี่ อดีตโค้ชเยาวชนของอตาลันต้า เคยพาทีมลงปะทะกับทีมเยาวชนของเบรสชา ถึงกับยอมรับว่า “ผมพูดไม่ออกเลย เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ของจริง สิ่งที่เขาทำได้ดีกว่ายิงประตู คือการจ่ายบอล เขาจ่ายได้แม่นยำมากจริงๆ”

พออายุ 17 ปี ปิร์โล่ถูกเลื่อนจากทีมเยาวชน มาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของเบรสชา ในซีซั่น 1996-97 ซึ่งตอนนั้นอยู่ในเซเรียบี เขาลงเล่น 17 นัด ยิง 2 ประตู ช่วยให้เบรสชาเลื่อนชั้นมา เซเรียอา ได้สำเร็จ

จากนั้นปีต่อมา ซีซั่น 1997-98 ปีร์โล่ลงเล่น 29 นัด ยิง 4 ลูก แต่แอสซิสต์กระจุย อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถช่วยให้เบรสชารอดจากการตกชั้นได้ โดยฤดูกาลนั้นเบรสชามีแต้มน้อยกว่าทีมที่อยู่รอดแค่ 1 แต้มเท่านั้น

เมื่อตกชั้นแล้ว ปิร์โล่วัย 19 ปี ในตำแหน่งเทรควาร์ติสต้าก็ได้รับความสนใจจากหลายๆสโมสร โดยตอนแรกเขาจะเซ็นสัญญากับปาร์ม่า แต่อินเตอร์ มิลานยื่นข้อเสนอเข้ามาตัดหน้านาทีสุดท้าย ซึ่งแน่นอนด้วยความที่ปิร์โล่รักอินเตอร์อยู่แล้ว เมื่อได้ข้อเสนอจากทีมในฝัน จึงไม่สามารถปฏิเสธได้เลย

ฤดูกาล 1998-99 ปิร์โล่ย้ายมาเล่นให้อินเตอร์ มิลานซึ่งขณะนั้นคุมทีมโดยจีจี้ ซิโมนี่

อินเตอร์ มิลานในยุคนั้น เล่นในระบบ 5-3-2 หรือ 4-4-2 ใช้กองหน้าคู่ โดยกองหน้า 5 ตัว ของอินเตอร์ก่อนที่ปิร์โล่จะมา ประกอบไปด้วย โรนัลโด้, โรแบร์โต้ บาจโจ้, อีวาน ซาโมราโน่ ,เอ็นวานโก้ คานู และ นิโกล่า เวนโตล่า

โรนัลโด้ คือนักเตะเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ เช่นเดียวกับบาจโจ้ที่ได้บัลลงดอร์มาแล้ว ส่วนอีวาน ซาโมราโน่ กับเอ็นวานโก้ คานู ก็เป็นกองหน้าตัวหลักของทีมชาติชิลี และไนจีเรีย ตามลำดับ ขณะที่เวนโตล่าก็เป็นตัวจริงของทีมชาติอิตาลีชุด ยู-21

เกมแรกที่ปิร์โล่ลงเล่นให้อินเตอร์ คือนัดเปิดสนามที่เจอกายารี่ เขาโดนเปลี่ยนตัวลงมาแทนโรแบร์โต้ บาจโจ้ ในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ

แต่ปัญหาที่ปิร์โล่ต้องเจอ คือเขาเล่นไม่ได้เลย

ในสมัยเด็กปิร์โล่อาจจะล็อกหลบเด็กรุ่นเดียวกันได้สบายๆ แต่พอมาเล่นกับอินเตอร์ มิลาน ที่มีเลเวลระดับสูง การเลี้ยงบอลที่เขาเคยมั่นใจ มันไม่ได้ผลเลยสักนิด

ตัวอย่างเช่นในเกมกับยูเวนตุส นัดที่ 6 ของฤดูกาล ปิร์โล่ได้เป็นตัวจริง และได้ยืนในตำแหน่งเทรควาร์ติสต้าที่เขาถนัดอยู่ด้านหลังโรนัลโด้ แต่ปิร์โล่ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมได้ และเลี้ยงบอลไม่ผ่านคู่แข่ง ปัญหาคือปิร์โล่อาจจะมีเทคนิคดี แต่เคลื่อนที่ช้าเกินไป ยิ่งไปเทียบกับหน้าต่ำของยูเว่ ที่ใช้อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ ยิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจน

สุดท้ายอินเตอร์แพ้ไป 1-0 ทั้งๆที่เกมนั้นยูเว่เหลือ 9 คนด้วยซ้ำ ขณะที่ปิร์โล่ถูกเปลี่ยนตัวออกนาทีที่ 65 แบบที่ไม่สร้างประโยชน์อะไรให้กับทีมนัก

จากนั้นพอผ่านไปสัก 10 เกม ปิร์โล่ก็ไม่ได้เล่นอีกแล้วทั้งตัวจริงและตัวสำรอง สาเหตุนั้นก็ชัดเจนอยู่แล้วคือกองหน้าคนอื่นมีประโยชน์กว่า โรนัลโด้ความเร็วจัดจ้าน, บาจโจ้เลี้ยงบอลคล่องแคล่ว, คานู ตัวใหญ่ร่างกายของเขามีประโยชน์ ส่วนซาโมราโน่ก็เข้าฮอสได้ดี

กับปิร์โล่นั้น จะเร็วก็ไม่ เลี้ยงคล่องแคล่วก็เปล่า ร่างกายก็ไม่สูงใหญ่ หรือจะเป็นกองหน้าที่เข้าฮอสในกรอบ 6 หลาได้เก่งกาจ ก็ไม่ใช่แบบนั้นเหมือนกัน คือมันไม่มีคุณสมบัติเด่นพอที่จะยืนในตำแหน่งกองหน้า

ในซีซั่น 1998-99 อินเตอร์ เปลี่ยนโค้ชถึง 4 คนในปีเดียว ได้แก่จีจี้ ซิโมนี่ , มีร์เชีย ลูเชสคู, ลูเซียโน่ คัสเตลลินี่ และ รอย ฮอดจ์สัน แต่สิ่งที่โค้ชทั้ง 4 คน คิดเหมือนกันคือปิร์โล่ไม่ดีพอในตำแหน่งกองหน้า

มีเรื่องโจ๊กอย่างหนึ่งคือรอย ฮอดจ์สัน โค้ชชาวอังกฤษที่มาคุมอินเตอร์ แบบขัดตาทัพ จำชื่อปิร์โล่ไม่ได้ ไปเรียกว่า อันเดรีย ปิร์ล่า (Pirla) ซึ่งในภาษาอิตาเลียน Pirla สามารถแปลเป็นคำด่าได้ว่า ไอ้หัวกวย (Dickhead)

“บางทีเขาอาจจะไม่ได้เรียกผิดก็ได้ บางทีเขาอาจจะรู้ว่าคุณค่าของผมมันก็เหมือน Pirla นั่นแหละ” ปิร์โล่ตัดพ้อ

ตลอดฤดูกาล 1 ปีเต็ม ปิร์โล่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแค่ 3 นัดให้อินเตอร์ ซึ่งมันทำให้จากเด็กที่เคยมั่นใจในตัวเองตอนสมัยเล่นให้เบรสชา กลายมาเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจอีกเลย

เข้าสู่ช่วงปรีซีซั่น 1999-00 อินเตอร์ มิลานเปลี่ยนโค้ชใหม่อีกครั้ง คราวนี้คือมาร์เซโล่ ลิปปี้ กุนซือคนดัง ซึ่งปิร์โล่ก็คาดหวังว่าชีวิตในยุคลิปปี้อาจจะมีอะไรดีขึ้นบ้าง แต่ปรากฏว่า ลิปปี้เรียกเขามาคุยกันแล้วบอกว่า

“อันเดรีย เพื่อตัวนายเองนะ ย้ายออกไปจากทีมนี้ซะเถอะ”